สำหรับสาวๆ แล้วการได้มีเครื่องหน้าที่สมสวน ผิวหน้าดี เนียนกริบคงเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ เพราะอากาศบ้านเรานั้นมีมลพิษมากมายที่ทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหน้าได้ หลายคนจึงเลือกที่จะปกปิดด้วยการใช้รองพื้น แต่รองพื้นบางรุ่น บางยี่ห้อก็เนื้อหนักจนเกินไป ทำให้ได้ลุคที่ดูหนา วันนี้จะมาแนะนำรองพื้นเนื้อดีๆ ที่ทำให้ผิวสวยโดยไม่ต้องโบ๊ะหนาเลย

Shu Uemura 

หลายคนยกให้ว่าเป็นรองพื้นผิวหายใจได้ ซึ่งเป็นรองพื้นที่เนื้อดี ที่ปกปิดเนียนเรียบแต่บางเบาเหมือนไม่ได้ทา เบลอรูขุมขนได้กริบมาก ผิวสวยแมตต์แต่ไม่แห้ง โกลว์สวยกำลังดี เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ไม่อุดตันผิว 

Etude House Double Lasting SerumFoundation

รองพื้นสูตรเซรั่มด้วยเทคโนโลยีดับเบิ้ล โกลว์ ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส ดูเปล่งประกาย รวมถึงส่วนผสมของเซราไมด์, กรดไฮยาลูรอนิก, เพนทานอล และมอยส์เจอร์เซรั่มที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งแตกระหว่างวัน เนื้อรองพื้นบางเบา ปกปิดดี และติดทนนาน เหมาะสำหรับคนที่อยากได้งานผิวดูเป็นธรรมชาติ

Clarins

รองพื้นเนื้อเซรั่มที่มีความเนียนนุ่มมากๆ เมื่อทาไปแล้วช่วยให้ ผิวสวยเปล่งปลั่งธรรมชาติมาก เบลอจุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง ริ้วรอยต่างๆได้ดี ปรับให้ผิวสว่างกระจ่างใส ทาแล้วแมตต์แต่ผิววาวเล่นแสงแบบไม่น่าเชื่อ เหมาะกับทุกสภาพผิว

MAYBELLINE Fit Me Matte Foundation

รองพื้นเนื้อแมตต์ที่มีส่วนผสมจากโคลนธรรมชาติ ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ทำให้ติดทนนานตลอดวัน มาพร้อม SPF22 ช่วยป้องกันผิวจากแสงแดด และด้วยความที่เป็นรองพื้นเนื้อลิควิดทำให้มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา เกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า แถมยังช่วยปกปิดรูขุมขนให้หน้าเรียบเนียน แต่ไม่อุดตันรูขุมขนแน่นอน

Synchro Skin Self-Refreshing Foundation จาก Shiseido

ด้วยเทคโนโลยี ActiveForce™ ที่ให้สัมผัสเบาสบายผิว ปกปิดระดับปานกลางและสามารถเพิ่มระดับการปกปิดโดยค่อยๆ เพิ่มเลเยอร์ได้ ป้องกันผิวจากแสงแดดและมลภาวะด้วยค่า SPF35 PA+++ ติดทนยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง พร้อมควบคุมความมันและเติมความชุ่มชื้นสู่ผิวไปพร้อมๆ กัน กันน้ำ กันเหงื่อ และป้องกันการเกิดคราบกวนใจระหว่างวัน

และนี่ก็เป็น 5 รองพื้นเนื้อดีที่จะมาช่วยทำให้ผิวของคุณดูสวยฉ่ำไม่โบ๊ะได้ สนใจอยากได้รองพื้นสามารถเข้าไปเลือกซื้อได้เลยที่ Lazbeauty ที่ได้รวบรวมสินค้าในหมวดความงามมาไว้ในที่เดียว เพียงแค่กดเข้าที่ลาซบิวตี้ก็มีสินค้าเสริมความงามเรียงมาให้ได้เลือกซื้อกันแล้ว

Explore More

สูตรหมักผมอย่างไรให้ดูสุขภาพ มีน้ำหนัก

หมักผม

เชื่อว่าผู้หญิงทุกคน หรือผู้ชายทุกคน ก็คงอยากผมที่สุขภาพดี มำน้ำหนัก ไม่ชี้ฟู ไม่แตกปลาย แต่การมีสุขภาพผมที่ดีเราต้องเดินเข้าไปทำสปาซาลอน ซึ่งเรียกว่าราคาสปาผมเอาเรื่องมาก ในยุคที่เศรษฐกิจเราต้องประหยัด อะไรที่ทำเองได้ก็ทำไปก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้เราเลยมีสูตรหมักผม ทำสปาผมได้ที่บ้านก็ได้ แถมยังเป็นสูตรประหยัดเงิน สปาผมหลักสิบ มาฝาก 5 สูตรหมักผมอย่างไรให้เหมือนเข้าซาลอน น้ำผึ้ง + แอปเปิ้ลไซเดอร์ + ไข่แดง มาที่สูตรแรกกันก่อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นผมแห้งเสียจากการทำเคมีหรือมลภาวะ สภาพแวดล้อมอากาศที่ร้อน โดยสูตรนี้เพียงนำแอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมเข้ากับไข่แดงและน้ำผึ่ง ผสมให้เข้ากัน และหมักผมทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที

ชะลอวัยได้จริงด้วย “สารต้านอนุมูลอิสระ”

ริ้วรอยร่องแก้ม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทานผักและผลไม้ครบถ้วน จะส่งผลดีต่อร่างกายนับไม่ถ้วน เนื่องจากในผักและผลไม้อุดมไปด้วย “สารต้านอนุมูลอิสระ” ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยบำรุงร่างกาย สายตา ผิวพรรณ ฯลฯ แล้วอยากรู้ไหมว่าสารดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายได้ยังไงบ้าง ถ้าอยากรู้ตามไปทำความเข้าใจพร้อม ๆ กันได้เลย อนุมูลอิสระคืออะไร? อนุมูลอิสระ คือ “โมเลกุลในร่างกายที่ไม่สมดุล” ซึ่งเกิดจากกระบวนการเผาผลาญในร่างกายและปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น แสงแดด มลภาวะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ โดยสารดังกล่าวจะก่อตัวในร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายจึงจำเป็นต้องมีสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อรักษาสมดุลในร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระทำงานอย่างไร? 1.

เลเซอร์รอยแดงมีแบบไหนบ้าง ควรทำกี่ครั้งถึงเห็นผลชัด?

เลเซอร์รอยแดง

                การเลเซอร์รอยแดงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรอยแดง เพราะรอยแดงจากสิวหรือรอยแดงหลังการอักเสบใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และส่งผลต่อความมั่นใจ การเลเซอร์จึงช่วยลดเวลาในการรักษาลงได้ให้ผลลัพธ์ที่เป็นที่พึงพอใจ แต่ก่อนตัดสินใจทำ ควรทำความรู้จักประเภทของเครื่องเลเซอร์แต่ละชนิด เพื่อเลือกให้เหมาะกับตนเองมากที่สุด เลเซอร์รอยแดงมีแบบไหนบ้าง แบบไหนเหมาะกับคุณ? เลเซอร์รอยแดง ควรทำกี่ครั้งถึงเห็นผลชัด?                 การเลเซอร์รอยแดงโดยส่วนมากแล้วจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน แพทย์มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3 – 5 ครั้ง ห่างกันทุก 2 – 4 สัปดาห์ โดยขึ้นอยู่กับชนิดของเลเซอร์และระดับปัญหาของแต่ละคน เช่น รอยแดงเล็กน้อย อาจทำ