ใครที่ชอบทานเบเกอรี่หรือขนมปังสอดไส้ต่าง ๆ คงจะติดใจในความหวาน และความเหนียวหนึบของไส้ขนมแต่ละรสชาติ และเข้าใจว่าคือแยมผลไม้ แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ใช้ทำไส้เรียกว่า “ฟิลลิ่ง” ซึ่งปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ในวันนี้เราจึงอยากจะพาคุณไปรู้จักกับวัตถุดิบนี้ให้มากขึ้นว่าคืออะไร พร้อมกับแนะนำเมนูง่าย ๆ ที่ใช้ส่วนผสมนี้ได้

ฟิลลิ่งคืออะไร แตกต่างกับแยมอย่างไร

ฟิลลิ่ง คือ การนำผลไม้ หรือของหวานที่มีรสชาติต่าง ๆ มาผสมกับแป้งเพื่อกวนเป็นไส้ และมักใส่สีผสมอาหาร และน้ำตาลลงไปกวนจนเนื้อเนียนละเอียด เพื่อให้ได้สีและรสชาติที่ใกล้เคียงกับผลไม้หรือของหวานชนิดนั้น ๆ แล้วนำไปใช้เป็นส่วนผสมของเมนูขนมได้หลากหลายรสชาติ อย่างขนมปังหน้าบลูเบอร์รี แรสเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี ส้ม หรือจะเป็นรสหวานอย่างครีมนม และช็อกโกแลต เป็นต้น

ส่วนแยมนั้นจะแตกต่างกัน เพราะมักจะทำมาจากชิ้นผลไม้ ผสมกับน้ำตาล หรือสารให้ความหวานโดยตรง จึงได้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน เพราะแยมจะมีลักษณะคล้ายเจล เนื้อจะไม่เนียนละเอียด

7 เมนูทำเองง่าย มิกซ์กับฟิลลิ่งได้อย่างลงตัว

1. ช็อกโกแลตนามะ

                ขนมช็อกโกแลตสุดฮิตจากประเทศญี่ปุ่นที่ทำเอาสายขนมหวานหลายคนติดใจ เพราะมีเนื้อเนียนหนุบหนับมากกว่าการกินช็อกโกแลตธรรมดา เมนูนี้ทำง่ายมาก เพียงแค่นำฟิลลิ่งรสช็อกโกแลตมาตุ๋นจนเนื้อข้น เสร็จแล้วก็เทใส่ถาดและนำไปแช่เย็น เท่านี้ก็ได้ช็อกโกแลตนามะเป็นของทานเล่น กินคู่กับกาแฟดำตอนเช้า หรือชาร้อนยามบ่ายได้ไม่ยาก

2. ปังปิ้งกรอบ

                ปังปิ้งจากเตากรอบ ๆ จะอร่อยมากขึ้น ถ้าท็อปด้วยความเปรี้ยวหวานจากรสชาติของฟิลลิ่งผลไม้ นอกจากจะได้ความกรอบหอมของตัวแป้งขนมปังปิ้งแล้ว ยังได้สัมผัสความนุ่มละมุนลิ้นของตัวครีมรสผลไม้ที่อีกด้วย

3. ขนมใส่ไส้

ขนมไทยที่หลายคนโปรดปรานอย่างขนมใส่ไส้ มักนิยมห่อไส้ด้วยแป้งเหนียวนุ่ม หากอยากเพิ่มความฟินให้เคี้ยวเพลิน หรืออยากสร้างเป็นอาชีพให้ลูกค้าติดใจ ลองประยุกต์กวนไส้กับฟิลลิ่งรสหวานต่าง ๆ ได้เลย รับรองว่าจะได้ความอร่อยที่แตกต่างจากเดิม ใครชิมก็จะประหลาดใจในความอร่อย

4. วุ้นกะทิบลูเบอร์รี

วุ้นกะทิคือเมนูขนมไทยที่ทานได้ทุกเทศกาล และยิ่งเมื่อนำไปแช่เย็น ๆ ยังเป็นขนมคลายร้อนได้เป็นอย่างดี แถมยังทำง่ายใช้เวลาไม่นาน หากใครต้องการเพิ่มลูกเล่นของวุ้นกะทิให้อร่อยแบบสดชื่นมากขึ้น ลองท็อปด้วยฟิลลิ่งรสบลูเบอร์รีได้ ขอบอกเลยว่าเมนูวุ้นกะทินี้จะอร่อยขึ้นอีกเท่าตัว เพราะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานของบลูเบอร์รีบวกกับความมันของกะทิในคำเดียว

5. สมูทตี้ส้มมะละกอ

เมนูเครื่องดื่มประเภทปั่นช่วยดีท็อกซ์พร้อมดับกระหาย ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพจากผลมะละกอสุกหวานฉ่ำ เพิ่มความสดชื่นและกลิ่นหอมจากฟิลลิ่งกลิ่นส้ม เมนูนี้ลองทำไปเสิร์ฟให้ใครก็ติดใจ อิ่มอร่อยอยู่ท้อง ได้ทั้งไฟเบอร์และสารอาหารสำคัญจากมะละกอ และยังอารมณ์ดีจากกลิ่นหอมของรสส้มด้วย

6. แพนเค้กสอดไส้
               
แพนเค้ก มีจุดเด่นของเนื้อแป้งที่นุ่มฟู หอมกลิ่นเนยและไข่ สามารถเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้นได้ด้วยฟิลลิ่งผลไม้ ครีม ช็อกโกแลต หรือรสชาติอื่น ๆ จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำผึ้งหรือไอศกรีม กินแล้วเข้ากัน อร่อยชื่นใจคลายร้อน

7. พาร์เฟต์โยเกิร์ตฟิลลิ่งผลไม้

เพิ่มมูลค่าโยเกิร์ตธรรมดาให้ดูน่าทาน และขายได้ราคาสูงขึ้น เมนูนี้ทำได้ง่าย ๆ เหมือนโยเกิร์ตพาร์เฟต์ทั่วไป แต่เพิ่มความสะดวกด้วยการแทรกชั้นต่าง ๆ ด้วยฟิลลิ่งผลไม้แทน หากอยากได้เนื้อสัมผัสแน่น ๆ เข้ม ๆ แนะนำให้ใช้กรีกโยเกิร์ตได้เลย อย่าลืมเติมความอร่อยด้วยผลไม้ตามฤดูกาลลงไปด้วยนะ

Pancakes decorated with strawberries in a plate. toning. selective focus

ถึงตรงนี้แล้วเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักกับฟิลลิ่งกันมากขึ้น และรู้ว่าสามารถนำไปเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเมนูต่าง ๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมหรือเครื่องดื่ม และ 7 เมนูที่เราแนะนำมานี้ หากใครอยากจะเปลี่ยนรสชาติฟิลลิ่งแบบที่ตัวเองชอบ ก็ลองปรับสูตรเฉพาะของตัวเองได้เลย

Explore More

อาหารแบบไหนที่ไม่ดีกับผิว

อาหารแบบไหนที่ไม่ดีกับผิว

หลายคนเชื่อว่าอาหารบางชนิดไม่ดีต่อสุขภาพผิว แต่ความจริงก็คือไม่มีอาหารที่ช่วยให้ผิวสุขภาพดีได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดปัญหากับผู้ที่มีสภาพผิวบางอย่าง เช่น สิว กลาก หรือสะเก็ดเงิน ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นสิวอาจต้องการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับผิวหนังบางอย่างอาจต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารเคมีหรือสารกันบูดบางชนิด เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้ บทความนี้จะขอแบ่งปันเรื่องราวของอาหารที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผิวสวย  ๆ ของเราเท่าใดนัก จะมีอะไรบ้างลองมาดูกันเลย อาหารที่ส่งผลกระทบกับผิว 1. น้ำตาล สิ่งที่น่ากลัวสำหรับผิวของคุณ ทำให้เกิดการอักเสบและนำไปสู่การเกิดสิวได้ นอกจากนี้ยังเร่งกระบวนการชรา ดังนั้นคุณจะมีริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยเร็วกว่าปกติ 2. แอลกอฮอล์ ทำให้ผิวของคุณขาดน้ำและทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังขยายหลอดเลือดซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแดงและบวมได้ 3.

ซอยจุ๊แสนอร่อย สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้จริงหรอ?

ซอยจุ๊

เมื่อพูดถึงเนื้อวัว แต่ละคนชอบกินเนื้อวัวระดับความสุกขนาดไหน คนส่วนมากบอกว่าชอบระดับ Medium Rare เป็นกึ่งสุกกึ่งดิบ และก็ยังมีคนอีกส่วนมากชื่นชอบการทานเนื้อดิบแบบ100% เลย ซึ่งเนื้อดิบในที่นี้ไม่ได้มีเพียงแต่สเต็กเนื้อเท่านั้น แต่ก็ยังมีอาหารไทยยอดฮิตจากภาคอีสานที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบอีกด้วยเช่นกัน นั่นก็คือซอยจุ๊ ซอยจุ๊ถือว่าเป็นอาหารไทยของภาคอีสานที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน เมื่อไปร้านอาหารอีสานแล้วนอกจากจะสั่งส้มตำปูปลาร้า แล้วก็ไม่พลาดที่จะสั่งซอยจุ๊มาร่วมด้วย และด้วยความที่ซอยจุ๊เป็นเนื้อดิบแบบ100% และตับดิบ ภายในจานไม่มีอะไรสุกหรือได้รับการผ่านความร้อนเลย จึงทำให้มีใครหลายหลายคนกังวลในเรื่องของสุขภาพความสะอาด แล้วความจริงแล้วนั้นซอยจุ๊สามารถส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของเราได้หรือเปล่า ซอยจุ๊ ถึงแม้ว่าการทานเนื้อวัวดิบ จะปลอดภัยกว่าการทานเนื้อไก่ หรือเนื้อหมูดิบ แต่ทุกอย่างที่เป็นของดิบไม่ได้ทำการผ่านความร้อนใด ๆ ล้วนมีเชื้อแบคทีเรียที่แอบแฝงอยู่ ไม่ว่าจะเป็น 1. ซาลโมเนลลา (Salmonella)

วิธีง่ายๆ ช่วยลดน้ำหนักได้ผลแน่นอน

การลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่หลายคนอยากทำ แต่ก็ทำไม่สำเร็จซะที ซึ่งนั่นเกิดจากการลดน้ำหนักแบบผิดๆ อย่างการอดอาหารหรือทำตามสูตรลดน้ำหนักต่างๆ อาจช่วยให้น้ำหนักลงรวดเร็วทันใจในช่วงแรก ทว่าการทรมานตัวเองมากเกินไปอาจทำให้อดทนต่อไม่ไหว และลงเอยด้วยโยโย่เอฟเฟ็กต์ แถมบางวิธีอาจไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีง่ายๆ ช่วยลดน้ำหนักให้ได้ผลแน่นอน กินให้ครบ 5 หมู่ การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร เป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้ และแน่นอนว่าไม่มีความสุข และล้มเหลวในที่สุด เพราะว่าเราทุกคนจะต้องกินข้าว ดังนั้นลองปรับมาเป็นการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้รับสารอาหารที่ครบถ้วน อิ่มนาน ไม่รู้สึกโหยสักเท่าไหร่ เคี้ยวให้ละเอียด กินให้ช้าลง เพราะสมองของคนเราต้องใช้เวลาประมวลผลประมาณ 20 นาทีถึงจะรู้ว่าท้องอิ่มแล้ว