มะเร็งตับ

มะเร็งตับ เป็นโรคที่จะเกิดขึ้นกับตับ เกิดจากการที่เซลล์ตับมีการเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายไปเป็นเนื้องอกร้าย ที่เรียกกันว่า มะเร็งเซลล์ตับ ในผู้ป่วยบางรายเนื้องอกร้ายในเนื้อตับเกิดขึ้นจากเซลล์มะเร็งที่มีมาจากอวัยวะอื่น ๆ แพร่กระจายเข้ามายังตับ จึงทำให้กลายเป็น มะเร็งตับแพร่กระจาย สำหรับสาเหตุที่ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งตับ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี, การเป็นโรคตับคั่งน้ำดี, การเป็นโรคตับคั่งไขมันจากภาวะอ้วน, การที่ตับอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิตัวเอง หรือการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน ทั้งนี้โรคมะเร็งตับก็สามารถรักษาได้ด้วยหลายวิธี ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั้น ในบทความนี้จะมาบอกกัน

วิธีการรักษา โรคมะเร็งตับ

1. การผ่าตัดรักษามะเร็งตับ (Surgery) เป็นวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดจากการเป็นมะเร็งตับได้ โดยแพทย์จะพิจารณาผู้ป่วยที่ยังมีการทำงานของตับดีอยู่ และมีขนาดมะเร็งไม่เกิน 5 เซนติเมตร รวมถึงยังไม่มีการกระจายของมะเร็งไปยังเส้นเลือดที่อยู่ใกล้เคียงกับอวัยวะอื่น ๆ 

2. การผ่าตัดเปลี่ยนตับ (Liver transplantation) จะเกิดขึ้นได้จากการที่แพทย์พิจารณาผู้ป่วยในกลุ่มที่มีตับแข็งร่วมด้วย เนื่องจากว่าการรักษามะเร็งตับ และตับแข็งสามารถทำได้เวลาเดียวกัน แต่การรักษาวิธีนี้จะทำได้ผลดีก็ต่อเมื่อมะเร็งมีขนาดที่เล็ก และยังไม่ได้มีการลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง ซึ่งหากว่าก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ ก็จะทำให้ผ่าตัดเปลี่ยนตับแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

3. การรักษามะเร็งตับโดยใช้คลื่นความถี่สูง (Radiofrequency ablation ; RFA) การรักษาด้วยวิธีนี้จะเป็นการใช้คลื่นความถี่สูงไปเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งตับ การรักษาด้วยวิธีนี้จะให้ผลดีกับก้อนมะเร็งที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งจะต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 3 เซนติเมตร และจะต้องอยู่ห่างจากหลอดเลือดใหญ่

4. การรักษามะเร็งตับโดยวิธี Transarterial Chemoembolization (TACE) เป็นวิธีการรักษาที่ใช้การฉีดยาเคมีบำบัด หรือเป็นการใช้สารรังสีเข้าไปยังก้อนมะเร็งโดยตรง ซึ่งจะเป็นการทำลายเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังจะใช้วิธีการฉีดสารอุดหลอดเลือด เพื่อทำให้มะเร็งขาดเลือดไปเลี้ยงด้วย 

5. การให้ยาเคมีบำบัด (Systemic chemotherapy) การรักษาด้วยวิธีนี้ แพทย์จะพิจารณาจากผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ โดยทางเลือกการรักษาในปัจจุบัน ก็ได้แก่ การใช้ยาเคมีบำบัดชนิดมุ่งเป้ายาชนิด Immunotherapy ซึ่งทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ด้วย ว่าจะมีผู้ป่วยกรณีไหนบ้างที่ให้รับการรักษาด้วยวิธีนี้

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า วิธีการรักษาโรคมะเร็งตับนั้น สามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยการที่จะได้รับการรักษาด้วยวิธีใดนั้น ก็ขึ้นอยู่ระยะของโรคที่เป็น ขนาดก้อนมะเร็ง และสภาพการทำงานของตับ โดยแพทย์จะใช้สิ่งเหล่านี้ในการนำมาพิจารณา แล้วหาทางรักษาที่เหมาะสม และให้ประสิทธิภาพที่ดีมากที่สุดนั่นเอง

Explore More

ขั้นตอนการทำอิ๊กซี่

อิ๊กซี่

ภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดขึ้นได้กับคู่รักทุกคู่ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่ส่งผลต่อสุขภาพจึงทำให้มีลูกยาก แต่ในปัจจุบันก็มีวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยาก อย่างที่เรารู้จักกันก็คือ การทำเด็กหลอดแก้วอย่าง อิ๊กซี่ (ICSI) วันนี้จะขอมาพูดถึงขั้นตอนการทำอิ๊กซี่ เผื่อว่าใครที่กำลังคิดอยากจะทำ จะได้ไปศึกษาและเตรียมความพร้อมกันเลย การทำอิ๊กซี่ (ICSI) เป็นเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์เพื่อรักษาผู้มีบุตรยากให้มีลูกได้สำเร็จด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้วโดยการคัดสเปิร์ม ตัวที่แข็งแรงที่สุด และมีการเคลื่อนไหวที่ดีที่สุดเพียง 1 ตัวมาทำการฉีดด้วยเข็มขนาดเล็กโดยตรงลงไปในไข่ เพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิ และทำการเลี้ยงตัวอ่อนต่อในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์จนเป็นตัวอ่อนในวันที่ 5 ก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกและฝังยังผนังเยื่อบุมดลูกเพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตต่อไปเป็นทารก ขั้นตอนการทำอิ๊กซี่ 1. ตรวจร่างกาย เป็นสิ่งที่จะต้องทำเป็นอย่างแรกก่อนเริ่มกระบวนการทำอิ๊กซี่ โดยแพทย์จะทำนัดเจาะเลือดเพื่อวัดปริมาณฮอร์โมนในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 วันแรกของการมีรอบเดือนเพื่อประเมินการทำงานของรังไข่ รวมทั้งอัลตราซาวด์

มาดูกันว่า การฉีดสีสวนหัวใจ คืออะไร

ฉีดสีสวนหัวใจ

การฉีดสีสวนหัวใจ เป็นการวินิจฉัยตรวจหลอดเลือดแดงบริเวณหัวใจ โดยการใช้สายชนิดพิเศษใส่สวนกับหัวใจผ่านผิวหนัง แล้วตรงเข้าไปที่หลอดเลือดและหัวใจ ผ่านที่ขาหนีบตรงหลอดเลือดแดง หรือบริเวณข้อมือ จากนั้นก็จะฉีดสารทึบรังสี รวมถึงถ่ายภาพที่เอกซเรย์หลอดเลือดหัวใจซึ่งเป็นชนิดแบบเคลื่อนไหวได้ จุดประสงค์ก็คือการหาว่าหลอดเลือดหัวใจมีความผิดปกติอย่างไรบ้าง ในบทความจะมาพูดถึงการฉีดสีสวนหัวใจให้ทุกคนรู้จัก อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง สำหรับอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอันเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องทำการฉีดสีสวนหัวใจซึ่งเป็นวิธีการตรวจในปัจจุบันที่แพทย์จะดำเนินการด้วยขั้นตอนต่าง ๆ สามารถกล่าวถึงอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ดังต่อไปนี้ การเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีกลไกอย่างไร การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นจะมาจากหินปูน ไขมัน หรือผังผืด ได้สะสมกันภายในหลอดเลือดซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเลือดเพื่อไปเลี้ยงหัวใจ ส่งผลให้มีอาการอุดตันหรือตีบแคบลง การไหลเวียนเลือดจึงถูกปิดกั้น ทำให้เลือกเข้าไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ การสะสมนั้นจะเพิ่มตามอายุที่มากขึ้น เมื่อสะสมเป็นเวลานาน ๆ หัวใจจะเกิดภาวะขาดเลือดเฉียบพลัน บางคนอาจเป็นแบบเรื้อรัง แล้วเสียชีวิตกะทันหัน

อาหารแบบไหนที่ไม่ดีกับผิว

อาหารแบบไหนที่ไม่ดีกับผิว

หลายคนเชื่อว่าอาหารบางชนิดไม่ดีต่อสุขภาพผิว แต่ความจริงก็คือไม่มีอาหารที่ช่วยให้ผิวสุขภาพดีได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิดอาจทำให้เกิดปัญหากับผู้ที่มีสภาพผิวบางอย่าง เช่น สิว กลาก หรือสะเก็ดเงิน ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นสิวอาจต้องการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับผิวหนังบางอย่างอาจต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารเคมีหรือสารกันบูดบางชนิด เนื่องจากอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้ บทความนี้จะขอแบ่งปันเรื่องราวของอาหารที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผิวสวย  ๆ ของเราเท่าใดนัก จะมีอะไรบ้างลองมาดูกันเลย อาหารที่ส่งผลกระทบกับผิว 1. น้ำตาล สิ่งที่น่ากลัวสำหรับผิวของคุณ ทำให้เกิดการอักเสบและนำไปสู่การเกิดสิวได้ นอกจากนี้ยังเร่งกระบวนการชรา ดังนั้นคุณจะมีริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยเร็วกว่าปกติ 2. แอลกอฮอล์ ทำให้ผิวของคุณขาดน้ำและทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังขยายหลอดเลือดซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแดงและบวมได้ 3.